ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม

หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
(หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555)

ชื่อสถาบันอุดมศึกษา : มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
คณะ/สาขาวิชา          : บัณฑิตวิทยาลัย สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

หมวดที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

1. ชื่อหลักสูตร
ภาษาไทย : รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
ภาษาอังกฤษ : Master of Public Administration Program in Public Administration
2. ชื่อปริญญาและสาขาวิชา
ภาษาไทย ชื่อเต็ม : รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์)
ชื่อย่อ : รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์)
ภาษาอังกฤษ ชื่อเต็ม : Master of Public Administration (Public Administration)
ชื่อย่อ : M.P.A. (Public Administration)
3. วิชาเอก
ไม่มี
4. จำนวนหน่วยกิต
39 หน่วยกิต
5. รูปแบบของหลักสูตร
5.1 รูปแบบ
หลักสูตรระดับปริญญาโท หลักสูตร 2 ปี
5.2 ภาษาที่ใช้
ภาษาไทย
5.3 การรับเข้าศึกษา
รับนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างประเทศที่สามารถใช้ภาษาไทยได้เป็นอย่างดี
5.4 ความร่วมมือกับสถาบันอื่น
เป็นหลักสูตรเฉพาะของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ที่จัดการเรียนการสอนโดยตรง
5.5 การให้ปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษา
ให้ปริญญาเพียงสาขาวิชาเดียว
6. สถานภาพของหลักสูตรและการพิจารณาอนุมัติ/เห็นชอบหลักสูตร
6.1 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555 ปรับปรุงจากหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ พ.ศ. 2552
6.2 เริ่มใช้ในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นไป
6.3 คณะกรรมการบัณฑิตศึกษาพิจารณาหลักสูตรนี้ในการประชุมสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1/2555 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555
6.4 คณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาหลักสูตรนี้ในการประชุม ครั้งที่ 4/2555 วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
6.5 คณะกรรมการวิชาการพิจารณาหลักสูตรนี้ในการประชุม ครั้งที่ 7/2555 วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555
6.6 คณะอนุกรรมการกลั่นกรองหลักสูตรพิจารณาหลักสูตรนี้ในการประชุม ครั้งที่ 6/2556 วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556
6.7 สภาวิชาการเห็นชอบในการนำเสนอหลักสูตรนี้ต่อสภามหาวิทยาลัยในการประชุม ครั้งที่ 1/2556 วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556
6.8 สภามหาวิทยาลัยอนุมัติหลักสูตรนี้ในการประชุม ครั้งที่ 1/2556 วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556
7. ความพร้อมในการเผยแพร่หลักสูตรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน
หลักสูตรมีความพร้อมในการเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2557
8. อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา
8.1 รับราชการในหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
8.2 อาจารย์ในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
8.3 นักวิจัยทางการเมือง การปกครอง การบริหาร และการพัฒนา
8.4 ผู้บริหาร ผู้นำ นักการเมือง นักการปกครองทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ
8.5 ประกอบธุรกิจส่วนตัว
8.6 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
9. ชื่อนามสกุล ตำแหน่งและคุณวุฒิของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
1 นายวิชชาญ จุลหริก อาจารย์ รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต (รป.ด.) รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลย-อลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ : พ.ศ. 2553
รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รป.ม.) รัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ : พ.ศ. 2540
ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) การพัฒนาชุมชน วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี : พ.ศ. 2531
2 นายโกเมน กันตวธีระ
อาจารย์ Doctor of Philosophy (Ph.D.) Public Administration, University of Magadh, India : 2009
Master of Business Administration (M.B.A.) Finance, The University of La Veme, California, USA. : 1999
วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) วิศวกรรมการวัดคุมทางอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง : พ.ศ. 2539
3 นางสาวสุติปราณ นามโคตร อาจารย์ Doctor of Philosophy (Ph.D.) Political Science, Tilak Maharashtra Vidyapeedth, Pune, India : 2012
Master of Arts (M.A.) Political Science, Tilak Maharashtra Vidyapeedth, Pune, India : 2008
บริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) การเงินและการธนาคาร มหาวิทยาลัยสยาม : พ.ศ. 2543
4 นายประชัน คะเนวัน
รองศาสตราจารย์ Master of Arts (M.A.) Political Science, University of Mysore, India : 1979
พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) มานุษยสงเคราะห์ศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย : พ.ศ.2520
10. สถานที่จัดการเรียนการสอน
สอนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
11. สถานการณ์ภายนอกหรือการพัฒนาที่จำเป็นในการวางแผนหลักสูตร
11.1 สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมืองและการปกครอง
สถานการณ์ในโลกปัจจุบันที่มีการพัฒนาและการขยายตัวในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการปกครองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลกระทบกับองค์กรและประชากรของแต่ละประเทศโดยตรง ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการปกครองในอัตราที่สูง ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ และประชาชนจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีนั้นจำเป็นจะต้องนำระบบการบริหารจัดการไปดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งการบริหารจัดการจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะเลือกใช้หลักเกณฑ์หรือทฤษฎีใดที่จะสามารถประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเหตุการณ์เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้มีบทบัญญัติให้รัฐต้องกระจายอำนาจการปกครองไปยังท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์ทุกรูปแบบของการปกครอง จึงทำให้ท้องถิ่นได้เข้าร่วมทางการเมืองอย่างทั่วถึง ทำให้สถาบันการศึกษาต้องพัฒนาบุคลากรอย่างมีคุณภาพลงไปบริหารจัดการองค์กรท้องถิ่นให้ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น ได้ตรงตามเจตนาของประชาชนส่วนใหญ่ในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศในระบอบประชาธิปไตยต่อไป
11.2 สถานการณ์หรือการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรม
การเพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม ผลจากการติดต่อสื่อสารที่มีความสะดวก รวดเร็ว และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการทำงานของหน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทุกคนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม ถ้าขาดการบริหารจัดการที่ดีสังคมก็จะเกิดความวุ่นวาย ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ จึงจำเป็นจะต้องมีนักบริหารจัดการสมัยใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถในการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
12. ผลกระทบจากข้อ 11 ต่อการพัฒนาหลักสูตรและความเกี่ยวข้องกับพันธกิจของสถาบัน
12.1 การพัฒนาหลักสูตร
พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน จำเป็นจะต้องได้รับ การบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ การพัฒนาหลักสูตรจึงมุ่งเน้นไปที่การผลิตบัณฑิตให้มีความสามารถในการประยุกต์ใช้หลักวิชาทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการองค์กร บุคลากร และงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
12.2 ความเกี่ยวข้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ การพัฒนาหลักสูตรจึงเน้นที่การสร้างบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม พัฒนาทักษะเชิงปัญญา เน้นการคิดวิเคราะห์และการใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และเนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น การพัฒนาหลักสูตร จึงคำนึงถึงการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับศาสตร์สากล
13. ความสัมพันธ์กับหลักสูตรอื่นที่เปิดสอนในคณะ/ภาควิชาอื่นของมหาวิทยาลัย
รายวิชาที่เปิดสอนเพื่อให้บริการคณะ/สาขาวิชาอื่นหรือต้องเรียนจากคณะ/สาขาวิชาอื่น
13.1 รายวิชาที่เปิดโดยคณะ/สาขาวิชาอื่น
1555101 ภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
English for Graduate Students 3(2-2-5)
4125101 คอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
Computer for Graduate Students 3(2-2-5)
13.2 รายวิชาในหลักสูตรที่เปิดสอนให้คณะ/สาขาวิชาอื่น
ไม่มี
13.3 การบริหารจัดการ
บริหารจัดการโดยยึดระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2552 โดยมีคณะกรรมการบริหารหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ทำหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยคณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลัย

หมวดที่ 2 ข้อมูลเฉพาะของหลักสูตร

1. ปรัชญา ความสำคัญและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
1.1 ปรัชญาและความสำคัญ
พัฒนาศักยภาพ และสร้างองค์ความรู้แก่ผู้เรียนให้เป็นนักวิชาการและนักวิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถและมีทักษะ พร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรมทางวิชาการและวิชาชีพ สอดคล้องกับยุคสมัย
1.2 วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
1.2.1 เพื่อพัฒนามหาบัณฑิตทางรัฐประศาสนศาสตร์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการการประกอบอาชีพและพัฒนาประเทศ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
1.2.2 เพื่อพัฒนามหาบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถระดับสูงในสาขาวิชา โดยใช้กระบวนการวิจัยเพื่อให้สามารถบุกเบิกแสวงหาความรู้ใหม่ได้อย่างอิสระ และมีความสามารถในเชิงวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างเหมาะสม และเป็นระบบ
1.2.3 เพื่อพัฒนามหาบัณฑิตให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางวิชาการ สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการศาสตร์ทางรัฐประศาสนศาสตร์กับศาสตร์อื่นได้อย่างต่อเนื่อง
1.2.4 เพื่อพัฒนามหาบัณฑิตให้มีความสามารถในการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และมีภาวะการเป็นผู้นำที่ดี มีคุณธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพ

หมวดที่ 3 ระบบการจัดการศึกษา การดำเนินการและโครงสร้างของหลักสูตร

1. ระบบการจัดการศึกษา
1.1 ระบบการจัดการศึกษาในหลักสูตร
ระบบทวิภาคโดย 1 ปีการศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาปกติ และใน 1 ภาคการศึกษาปกติมีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์
1.2 การจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน
มีการจัดการศึกษาในภาคฤดูร้อน
1.3 การเทียบเคียงหน่วยกิตในระบบทวิภาค
ไม่มี
2. การดำเนินการหลักสูตร
2.1 วันเวลาในการดำเนินการเรียนการสอน
ภาคการศึกษาปกติที่ 1 : มิถุนายน – กันยายน
ภาคการศึกษาปกติที่ 2 : พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
ภาคฤดูร้อน : มีนาคม – พฤษภาคม
2.2 คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
2.2.1 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษาที่คณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง
2.2.2 มีคุณสมบัติอื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดโดยให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2552 (ภาคผนวก ก )
2.2.3 ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
2.3 ปัญหาของนักศึกษาแรกเข้า
2.3.1 ปัญหาด้านทักษะทางคอมพิวเตอร์
2.3.2 ปัญหาด้านทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
2.3.3 ปัญหาด้านความรู้พื้นฐานทางรัฐประศาสนศาสตร์ และรัฐศาสตร์
2.3.4 ปัญหาด้านการปรับตัวในการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
2.4 กลยุทธ์ในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา/ข้อจำกัดของนักศึกษาในข้อ 2.3
2.4.1 จัดรายวิชาคอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษาให้เรียนโดยไม่นับหน่วยกิต สำหรับนักศึกษาที่ไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด
2.4.2 จัดรายวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษาให้เรียนโดยไม่นับหน่วยกิต สำหรับนักศึกษาที่ไม่ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด
2.4.3 จัดรายวิชาระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทยให้เรียนโดยไม่นับหน่วยกิต สำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์ และไม่ผ่านการทดสอบความรู้พื้นฐานทางรัฐประศาสนศาสตร์ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการสาขาวิชากำหนด
2.4.4 มอบหมายอาจารย์ที่ปรึกษาดูแล ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับตัวในการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
2.5 ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาเป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2552 (ภาคผนวก ก)
2.6 การเทียบโอนหน่วยกิตรายวิชา และการลงทะเบียนข้ามมหาวิทยาลัย
การเทียบโอนหน่วยกิต และรายวิชาต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริหารหลักสูตร และต้องเป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2552 (ภาคผนวก ก)
3. หลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน
3.1.3 รายวิชาในหลักสูตร
1) ความหมายของเลขรหัสวิชา
เลขรหัสวิชาที่ใช้ในหลักสูตร ประกอบด้วยเลข 7 หลักมีความหมายดังนี้
เลขรหัสสามตัวแรก หมายถึง สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ (255)
เลขรหัสตัวที่สี่ หมายถึง ระดับที่เปิดสอน
เลขรหัสตัวที่ห้า หมายถึง ลักษณะเนื้อหาของกลุ่มวิชาดังต่อไปนี้
เลข 1 หมายถึง กลุ่มวิชาการบริหารจัดการภาครัฐ
เลข 2 หมายถึง กลุ่มวิชาการเมือง การปกครอง
เลข 3 หมายถึง กลุ่มวิชาเศรษฐศาสตร์ การเงิน และการคลัง
เลข 4 หมายถึง กลุ่มวิชาการวิจัย และการสัมมนา
เลข 5 หมายถึง กลุ่มวิชาคุณธรรมและจริยธรรม
เลข 9 หมายถึง วิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ
เลขรหัสตัวที่หกและเจ็ด หมายถึง ลำดับก่อนหลังรายวิชาในกลุ่มวิชาของรหัสตัวที่ห้า
2) รายวิชาตามโครงสร้างของหลักสูตร
ก. หมวดวิชาสัมพันธ์ ทั้งแผน ก แบบ ก 2 และแผน ข ให้เรียน 6 หน่วยกิต
2555202 ภาวะผู้นำและผู้นำการเปลี่ยนแปลง
Leadership and Change Agent 3(3-0-6)
2555401 ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์
Research Methodology in Public Administration 3(3-0-6)
ข. หมวดวิชาเฉพาะด้าน
วิชาบังคับ ทั้งแผน ก แบบ ก 2และแผน ข ให้เรียน 12 หน่วยกิต
2555101 ขอบข่ายและทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์
Scopes and Theories of Public Administration 3(3-0-6)
2555301 การบริหารการเงินและการคลัง
Financial and Fiscal Administration
3(3-0-6)
2555402 การสัมมนาทางรัฐประศาสนศาสตร์
Seminar on Public Administration 3(2-2-5)
2555501 จริยธรรมสำหรับนักบริหาร
Ethics of Public Administrator 3(3-0-6)
วิชาเลือก
สำหรับแผน ก แบบ ก 2 ให้เลือกเรียนไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
สำหรับแผน ข ให้เลือกเรียนไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต
2555102 นโยบายสาธารณะและการนำนโยบายไปปฏิบัติ
Public Policy and Policy Implementation 3(3-0-6)
2555103 การบริหารจัดการสมัยใหม่
Modern Management 3(3-0-6)
2555104 การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน
Public and Private Management 3(3-0-6)
2555105 การวางแผนและการบริหารโครงการ
Project Planning and Administration 3(3-0-6)
2555106 การวิเคราะห์และประเมินโครงการ
Project Appraisal and Analysis 3(3-0-6)
2555107 การบริหารจัดการขององค์กรท้องถิ่น
Management of Local Organization 3(3-0-6)
2555108 การบริหารจัดการการคลังท้องถิ่น
Local Financial Management 3(3-0-6)
2555109 การบริหารงานท้องถิ่นไทย
Thai Local Administration 3(3-0-6)
2555110 การพัฒนาองค์การ
Organization Development 3(3-0-6)
2555111 การจัดการทุนมนุษย์
Human Capital Management 3(3-0-6)
2555112 การบริหารการพัฒนา
Development Administration 3(3-0-6)
2555113 การบริหารจัดการแรงงาน
Labour Management 3(3-0-6)
2555203 รัฐและอำนาจรัฐ
State and State Authority 3(3-0-6)
2555204 การปกครองท้องถิ่นเปรียบเทียบ
Comparative Local Government 3(3-0-6)
2555205 เศรษฐศาสตร์การเมือง
Political Economy 3(3-0-6)
2555302 รัฐบาลกับธุรกิจ
Government and Business 3(3-0-6)
2555303 เกษตรทฤษฎีใหม่และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
The New Agricultural Theory and Sufficiency Economy Philosophy 3(3-0-6)
2555403 สัมมนาการเมืองไทยยุคใหม่
Seminar on Modern Thai Politics 3(2-2-5)
2555404 สัมมนาปัญหาการบริหารรัฐกิจ
Seminar on Public Administration Problems 3(2-2-5)
2555502 พุทธธรรมสำหรับผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น
Lord Buddha’s Teaching for Local Organization Administrators 3(3-0-6)
2555503 ตรรกศาสตร์และการพูดในที่สาธารณะ
Logics and Public Speaking 3(2-2-5)
ข. วิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระ
สำหรับแผน ก แบบ ก 2 ให้เรียน 12 หน่วยกิต
2555901 วิทยานิพนธ์
Thesis 12
สำหรับแผน ข ให้เรียน 6 หน่วยกิต
2555902 การค้นคว้าอิสระ
Independent Study 6
ค. หมวดวิชาเสริม
1) นักศึกษาที่เรียนแผน ก แบบ ก 2 และแผน ข จะต้องมีความรู้ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษและการใช้คอมพิวเตอร์ ตามเกณฑ์ของคะแนนมาตรฐานที่คณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์กำหนด โดยพิจารณาจากผลการสอบ ผู้ที่ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์จะต้องเรียนรายวิชาต่อไปนี้โดยไม่นับหน่วยกิต
1555101 ภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
English for Graduate Students 3(2-2-5)
4125101 คอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
Computer for Graduate Students 3(2-2-5)
2) นักศึกษาที่เรียนแผน ก แบบ ก2 และแผน ข ที่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์ จะต้องเรียนรายวิชาต่อไปนี้โดยไม่นับหน่วยกิต
2555201 ระบบการเมืองเศรษฐกิจและสังคมไทย
Thai Political, Economic and Social Systems 3(3-0-6)
ง. การสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination) นักศึกษาที่เรียนแผน ข จะต้องสอบผ่านการสอบประมวลความรู้ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
3.1.4 แผนการศึกษา
1) แผน ก แบบ ก 2

3.1.5 คำอธิบายรายวิชา
ก. หมวดวิชาสัมพันธ์
2555202 ภาวะผู้นำและผู้นำการเปลี่ยนแปลง 3(3-0-6)
Leadership and Change Agent
ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีภาวะความเป็นผู้นำ บุคลิกและคุณสมบัติของความเป็นผู้นำที่ดี หลักการวินิจฉัย การตัดสินใจ ความมั่นใจในการเป็นผู้นำที่มีความพร้อมด้านความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านความคิดและวิธีการปฏิบัติ

2555401 ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ 3(3-0-6)
Research Methodologies in Public Administration
ปรัชญาพื้นฐาน แนวคิด ขอบข่ายและกระบวนการวิจัยเชิงปริมาณและ คุณภาพ การสร้างทฤษฎีและสมมติฐาน การออกแบบการวิจัย การกำหนด ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งวิธีวิจัยที่เป็นทางเลือกอื่น ๆ เพื่อใช้ศึกษาปัญหาด้านการบริหารงานของรัฐ การจัดการของท้องถิ่น หรือปัญหาของชุมชน

ก. หมวดวิชาเฉพาะด้าน
วิชาบังคับ
2555101 ขอบข่ายและทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ 3(3-0-6)
Scopes and Theories of Public Administration
พัฒนาการ ขอบข่าย สถานภาพและทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ต่าง ๆ รวมถึงสาระอันเป็นจุดเน้นของการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย ทั้งพฤติกรรมองค์การ นโยบายสาธารณะและวิทยาการจัดการ อีกทั้งศึกษาพัฒนาการ ขอบข่ายและสถานภาพของรัฐประศาสนศาสตร์ในประเทศไทย ประเด็นและแนวโน้มการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ในอนาคต

2555301 การบริหารการเงินและการคลัง 3(3-0-6)
Financial and Fiscal Administration
แนวคิดและการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารการเงินและการคลังของประเทศ โดยเฉพาะการบริหารรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล รวมทั้งผลกระทบของภาษีอากร หนี้สาธารณะและรายจ่ายสาธารณะ ตลอดจนนโยบายการเงินและการคลังเพื่อพัฒนาประเทศ

2555402 การสัมมนาทางรัฐประศาสนศาสตร์ 3(2-2-5)
Seminar on Public Administration
ศึกษารายกรณีทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์ โดยเน้นสภาพการบริหารงานภาครัฐ ภาคเอกชน และการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ผู้ศึกษาได้ศึกษาในประเด็นต่าง ๆ ที่ตนสนใจ นำข้อค้นพบมาปฏิบัติการสัมมนา

2555501 จริยธรรมสำหรับนักบริหาร 3(3-0-6)
Ethics for Public Administrator
หลักปรัชญาทางการเมืองและจริยธรรมที่สัมพันธ์กับนโยบายสาธารณะและกระบวนการทางการเมือง รวมถึงจริยธรรมสำหรับอาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของนักบริหาร
วิชาเลือก

2555102 นโยบายสาธารณะและการนำนโยบายไปปฏิบัติ 3(3-0-6)
Public Policy and Policy Implementation
แนวความคิด ความหมาย ความสำคัญของนโยบายสาธารณะ รวมทั้งหลักการ กระบวนการเกี่ยวกับการจัดทำนโยบายสาธารณะ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของการนำนโยบายไปปฏิบัติ และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทย

2555103 การบริหารจัดการสมัยใหม่ 3(3-0-6)
Modern Management
ขอบข่ายและวิธีการศึกษาของวิชาการบริหารจัดการ รวมทั้งทฤษฎี กระบวนทัศน์ และแนวทางศึกษาวิเคราะห์แบบดั้งเดิม แบบพฤติกรรมศาสตร์ และแบบหลังพฤติกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทฤษฎีหลัก ๆ ของแต่ละยุค และยุคปัจจุบัน

2555104 การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน 3(3-0-6)
Public and Private Management
วัตถุประสงค์ โครงสร้าง บทบาท ความสัมพันธ์ และความร่วมมือของการจัดการทั้งสองภาค รวมทั้งการถ่ายโอนหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างกัน เช่น การโอนมาเป็นของรัฐ การแปรรูป การให้สัมปทาน การร่วมดำเนินกิจการ ตลอดจนการควบคุม การส่งเสริม และการบูรณาการ

2555105 การวางแผนและการบริหารโครงการ 3(3-0-6)
Project Planning and Administration
กระบวนการวางแผนพัฒนา เทคนิคในการวางแผนและการวิเคราะห์ทางเลือก รวมทั้งผลกระทบของทางเลือกต่าง ๆ ตลอดจนการจัดทำโครงการและการนำโครงการไปปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทาง ขั้นตอน ปัญหา และการประเมินผลในการบริหารโครงการ

2555106 การวิเคราะห์และประเมินโครงการ 3(3-0-6)
Project Appraisal and Analysis
หลักการ กระบวนการ และวิธีวิเคราะห์โครงการ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ เชิงคุณภาพในด้านสังคม การเมือง การบริหารกับสภาพแวดล้อม และการวิเคราะห์ เชิงปริมาณ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ต้นทุนผลประโยชน์ ต้นทุนสัมฤทธิ์ผล

2555107 การบริหารจัดการขององค์กรท้องถิ่น 3(3-0-6)
Management of Local Organization
ภาระหน้าที่และกระบวนการบริหารจัดการขององค์กรท้องถิ่น เพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม และแบบทีมงาน โดยเฉพาะการวางแผนพัฒนาและการดำเนินโครงการ รวมถึงการจัดการที่ยึดแนวความคิดท้องถิ่นทำเอง จ้างให้ผู้อื่นทำ หรือร่วมกันทำ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน

2555108 การบริหารจัดการการคลังท้องถิ่น 3(3-0-6)
Local Financial Management
หลักการของการบริหารการคลังส่วนท้องถิ่น ทั้งในเรื่องรายได้และรายจ่าย ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี รวมถึงการใช้จ่ายอย่างประหยัด การพึ่งตัวเองทางการคลัง ความสัมพันธ์ระหว่างการคลังและเศรษฐกิจท้องถิ่น การงบประมาณท้องถิ่น รวมถึงระเบียบและขั้นตอนต่าง ๆ ในการบริหารการคลังท้องถิ่นไทย

2555109 การบริหารงานท้องถิ่นไทย 3(3-0-6)
Thai Local Administration
ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นของไทย รวมถึงอำนาจหน้าที่และความสัมพันธ์ขององค์กรส่วนท้องถิ่นรูปแบบต่าง ๆ ทั้งที่เป็นทางการและเป็นจริงในบริบทของระบบเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองไทย

2555110 การพัฒนาองค์การ 3(3-0-6)
Organization Development
หลักการ ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงพฤติกรรมศาสตร์ แนวคิดในการพัฒนาองค์การ กระบวนการในการพัฒนาองค์การ เทคนิคการพัฒนาองค์การ ตลอดถึงปัญหา อุปสรรคของการพัฒนา แนวโน้มการพัฒนาองค์การสมัยใหม่ในเชิงประยุกต์

2555111 การจัดการทุนมนุษย์ 3(3-0-6)
Human Capital Management
ศึกษาแนวคิด หลักการจัดการทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดถึงระบุข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ

2555112 การบริหารการพัฒนา 3(3-0-6)
Development Administration
ศึกษากระบวนการบริหาร เปรียบเทียบการบริหารการพัฒนาของไทยกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ศึกษาหลักการและทฤษฎีการบริหารการพัฒนา โดยเน้นการบริหารที่เป็นระบบ บทบาทของระบบบริหารในการพัฒนาประเทศ รวมตลอดถึงความสัมพันธ์ และปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาประเทศ

2555113 การบริหารจัดการแรงงาน 3(3-0-6)
Labour Management
การบริหารแรงงานขององค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ว่าด้วยเรื่องแรงงานในมุมมองของทรัพยากรบุคคล การจ้างงาน กฎหมายแรงงานกับนโยบายของรัฐด้านแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ การเจรจาต่อรอง การระงับข้อพิพาทแรงงาน และการประกันสังคม

2555203 รัฐและอำนาจรัฐ 3(3-0-6)
State and State Authority
วิวัฒนาการ กรอบทฤษฎี แนวคิดเรื่องรัฐและอำนาจรัฐ ตลอดจนบูรณาการแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ ขอบเขตในการใช้อำนาจรัฐ องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้อำนาจรัฐ ความชอบธรรมของรัฐและอำนาจรัฐ ประชาชน องค์กรประชาชน และเครือข่ายประชาชนกับอำนาจรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น หรือองค์กรท้องถิ่นในระบบกับเสรีประชาธิปไตย แนวโน้ม รูปแบบ และกระบวนการในการใช้อำนาจรัฐในอนาคต

2555204 การปกครองท้องถิ่นเปรียบเทียบ 3(3-0-6)
Comparative Local Government
แนวความคิด รูปแบบโครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบต่าง ๆ ของต่างประเทศ และประเทศไทย รวมถึงการกระจายอำนาจและความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ของรัฐบาลกลาง

2555205 เศรษฐศาสตร์การเมือง 3(3-0-6)
Political Economy
บทบาททางการเมืองที่มีต่อสภาพเศรษฐกิจการเมืองแบบประชาธิปไตยกับเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม การเมืองแบบสังคมนิยมเผด็จการกับเศรษฐกิจสังคมแบบบังคับ ตัวอย่างสภาพการเมือง และผลทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ การรวมกลุ่มกันผูกขาด และรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ วิธีการและผลของการลงทุนข้ามชาติ การใช้วิธีทางการเมืองเพื่อการต่อรองทางเศรษฐกิจ

2555302 รัฐบาลกับธุรกิจ 3(3-0-6)
Government and Business
หน้าที่ของรัฐบาลและธุรกิจในระบบเศรษฐกิจเสรีตามอุดมคติ ความไม่สมบูรณ์ของระบบเศรษฐกิจเสรี ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการควบคุมการรักษากติกาของการแข่งขัน การควบคุมการผูกขาด การควบคุมสินค้าและบริการ การควบคุมค่าจ้าง การคุ้มครองแรงงาน การคุ้มครองผู้บริโภค การควบคุมสภาวะแวดล้อม การรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจ ความสัมพันธ์และสื่อสารระหว่างธุรกิจกับรัฐบาล

2555303 เกษตรทฤษฎีใหม่และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3(3-0-6)
The New Agricultural Theories and Sufficiency Economy Philosophy
หลักการ แนวคิด ทฤษฎีด้านการเกษตรตามแนวพระราชดำริ และแนวคิดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ขั้นตอนในการดำเนินไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเป็นอยู่อย่างพอเพียง

2555403 สัมมนาการเมืองไทยยุคใหม่ 3(2-2-5)
Seminar on Modern Thai Politics
การเมืองไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ในประเด็นพัฒนาการของรัฐธรรมนูญ ปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ข้าราชการประจำ และกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ตลอดจนกลไกและกระบวนการต่าง ๆ ในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และองค์กรการเมืองอื่น ๆ

2555404 สัมมนาปัญหาการบริหารรัฐกิจ 3(2-2-5)
Seminar on Public Administration Problems
ศึกษาสัมมนาปัญหาการบริหารงานของภาครัฐ ทั้งด้านโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ บทบาท ตำแหน่ง การเงินการคลัง ตลอดจนการเชื่อมโยงฝ่ายการเมือง และปัญหาจากการแทรกแซงทางการเมือง

2555502 พุทธธรรมสำหรับผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น 3(3-0-6)
Lord Buddha’s Teaching for Local Organization Administrators
ศึกษาหลักธรรมของการบริหารองค์กร ที่จะนำมาซึ่งความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การ ตลอดถึงแนวทางการสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ผู้บริหารท้องถิ่น

2555503 ตรรกศาสตร์และการพูดในที่สาธารณะ 3(2-2-5)
Logics and Public Speaking
การใช้เหตุผลอย่างถูกต้อง รูปแบบการใช้เหตุผลเชิงนิรนัยและอุปนัย รูปแบบการใช้เหตุผลบกพร่องและการบิดเบือนการใช้เหตุผล การสื่อความหมายต่อผู้ฟัง การตอบคำถามอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ ศึกษาทฤษฎีทางวาทศาสตร์ ทฤษฎีการหักล้างข้อโต้แย้ง การพูดในที่สาธารณะ ยุทธวิธีการวิเคราะห์ผู้ฟัง มีการฝึกด้านลีลาและวิธีการพูดในที่สาธารณะ ภาคปฏิบัติตามความเหมาะสม

ข. วิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระ

2555901 วิทยานิพนธ์ 12
Thesis
ค้นคว้าในเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มวิชาที่เลือก โดยจัดทำออกมาในลักษณะเอกสารทางวิชาการระดับสูง มีอาจารย์ที่ปรึกษากำกับดูแล ทั้งนี้ต้องผ่านการสอบหัวเรื่องและเนื้อหาโดยสรุปของวิทยานิพนธ์ โดยคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์

2555902 การค้นคว้าอิสระ 6
Independent Study
ศึกษาค้นคว้าปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่ศึกษาตามความสนใจของผู้เรียน ภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ โดยเสนอโครงร่างของเนื้อหาที่สนใจจะศึกษาพร้อมทั้งเอกสารอ้างอิง ให้อาจารย์ที่ปรึกษาเห็นชอบ ส่งผลการค้นคว้าอิสระที่สมบูรณ์ และสอบการค้นคว้าอิสระภายในเวลาที่กำหนด
ค. หมวดวิชาเสริม

1555101 ภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา 3(2-2-5)
English for Graduate Students
ศึกษาและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนโดยเน้นการอ่าน การเขียน การพัฒนาวงคำศัพท์ ความเข้าใจการอ่านบทคัดย่อเอกสารทางวิชาการ การเขียนบทคัดย่อภาษาอังกฤษ และเรื่องราวอื่น ๆ ในการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับสาขาของผู้เรียน

2555201 ระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทย 3(3-0-6)
Thai Political , Economic and Social Systems
แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบสังคมเศรษฐกิจ และการเมืองไทย ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของระบบ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง รวมทั้งการศึกษาถึงลักษณะและวิวัฒนาการของปัญหา และวิธีแก้ปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง

4125101 คอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา 3(2-2-5)
Computer for Graduate Students
ศึกษา พัฒนาความรู้ ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ โดยเน้นความรู้เบื้องต้น ทักษะเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การใช้ การฝึกปฏิบัติ การประมวลผล

4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ
ข้อกำหนดในการทำวิทยานิพนธ์ /การค้นคว้าอิสระต้องเป็นงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์ความรู้หรือการประยุกต์องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ การเมือง การปกครอง โดยต้องนำส่งตามรูปแบบและระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนดอย่างเคร่งครัด
4.1 คำอธิบายโดยย่อ
วิทยานิพนธ์เป็นงานวิจัยที่สามารถอธิบายทฤษฎีและระเบียบวิธีวิจัยที่นำมาใช้ในการ
ทำวิทยานิพนธ์ แสดงให้เห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำวิทยานิพนธ์ มีขอบเขตของวิทยานิพนธ์ที่สามารถทำเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
การค้นคว้าอิสระเป็นงานวิจัยที่สะท้อนถึงความสามารถในการเลือกใช้ทฤษฎีและระเบียบวิธีวิจัย รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์เพื่อประโยชน์ทางการบริหาร มีขอบเขตของการค้นคว้าอิสระที่สามารถทำเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
4.2 มาตรฐานผลการเรียนรู้
นักศึกษาทำงานด้วยความมุ่งมั่นและมีความพยายาม รวมทั้งมีความสามารถในการนำแนวคิด ทฤษฎี และตัวแบบต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ /การค้นคว้าอิสระได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้อง อีกทั้งสามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ หรือใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศได้ มาตรฐานการเรียนรู้จากการทำวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ มีดังนี้
4.2.1 มีคุณธรรม จริยธรรมในตนเองและส่วนรวม แสดงออกถึงการมีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีวินัย ซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบสูงต่อวิชาการ วิชาชีพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
4.2.2 มีความรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และสามารถนำหลักการ ทฤษฎี ไปประยุกต์เพื่อการเรียนรู้ในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะสังคมปัจจุบัน
4.2.3 มีความสามารถในการวางแผนแก้ปัญหา และเลือกแนวทางการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
4.2.4 มีความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพและการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี และสามารถแสดงออกถึงการมีภาวะผู้นำและมีโลกทัศน์ที่กว้างไกล
4.2.5 มีความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร และสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง อาชีพ และสังคม
4.2.6 มีความรู้ ความสามารถทางสถิติเพื่อใช้ในการวิจัย
4.3 ช่วงเวลา
เริ่มดำเนินการในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษาที่ 1 จนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์
4.4 จำนวนหน่วยกิต
12 หน่วยกิตสำหรับแผน ก แบบ ก2
6 หน่วยกิตสำหรับแผน ข
4.5 การเตรียมการ
การเตรียมการ ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือทางด้านวิชาการแก่นักศึกษาเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ มีดังนี้
4.5.1 มีการกำหนดชั่วโมงการให้คำปรึกษา จัดทำบันทึกการให้คำปรึกษา ให้ข้อมูล
ข่าวสารเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระทางเว็บไซต์ และปรับปรุงให้ทันสมัยเสมอ อีกทั้งมีตัวอย่างวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระให้ศึกษา
4.5.2 มีการจัดกิจกรรมหรือจัดสัมมนาทางวิชาการ เพื่อนำเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะหรือแนวคิดเพื่อการดำเนินการวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระที่มีคุณภาพ และคุณประโยชน์ต่อสังคม
4.5.3 นักศึกษาจะต้องอยู่ในความดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ และอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี)
4.6 กระบวนการประเมินผล
กระบวนการประเมินผลในการทำวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ จะดำเนินการภายใต้การบริหารจัดการ และการทวนสอบมาตรฐานจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตร โดยมีกระบวนการประเมิน และผู้ประเมิน ตามลำดับดังนี้
4.6.1 การประเมินผลร่างเค้าโครงวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ โดยอาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี)
4.6.2 การประเมินผลเค้าโครงวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ จากการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์/ การค้นคว้าอิสระ โดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย ที่มีคุณวุฒิตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร
4.6.3 การประเมินผลความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ โดยคณะกรรมการวิทยานิพนธ์
4.6.4 การประเมินผลวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ โดยการสอบวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระฉบับสมบูรณ์ โดยคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ เพื่อประเมินผลคุณภาพของวิทยานิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับแก้ไข
4.6.5 การประเมินผลจากบทความวิทยานิพนธ์ โดยอาจารย์ที่ปรึกษา และที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) ก่อนส่งบทความตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงาน หรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ หรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ หรือเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings) ตามเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษา (สำหรับนักศึกษาแผน ก แบบ ก 2)
5. ในกรณีที่เรียนแผน ข ให้สอบประมวลความรู้ และเผยแพร่สิ่งพิมพ์ทางวิชาการของการค้นคว้าอิสระตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

หมวดที่ 4 ผลการเรียนรู้ และกลยุทธ์การสอนและการประเมินผล

1. การพัฒนาคุณลักษณะพิเศษของนักศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้พัฒนาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ในหลักสูตรเน้นตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ 5 ด้าน คือ 1) ด้านคุณธรรม จริยธรรม 2) ด้านความรู้ 3) ด้านทักษะทางปัญญา 4) ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 5) ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งได้กำหนดคุณลักษณะของมหาบัณฑิตที่พึงประสงค์ คือ มีคุณธรรมและจริยธรรม มีความรู้ ความสามารถด้านวิชาการและวิชาชีพ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เห็นคุณค่าในการพัฒนาท้องถิ่น อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีทักษะในการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นจึงได้กำหนดคุณลักษณะพิเศษของนักศึกษา ดังนี้
1.1. มีคุณธรรม จริยธรรมในตนเองและส่วนรวมแสดงออกถึงความมีวินัย ซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
1.2. มีความรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และสามารถนำหลักการทฤษฎีไปประยุกต์เพื่อการเรียนรู้ในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะสังคมปัจจุบัน
1.3. มีความสามารถในการวางแผนแก้ปัญหาและเลือกแนวทางการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
1.4. มีความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพและการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดีและสามารถแสดงออกถึงการมีภาวะผู้นำ และมีโลกทัศน์ที่กว้างไกล
1.5. มีความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร และสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง อาชีพ และสังคม
1.6. มีความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และสถิติ ในการวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
1.7. มีความสามารถในการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับองค์กร ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
2. การพัฒนาผลการเรียนรู้ในแต่ละด้าน
1. ด้านคุณธรรม จริยธรรม
2. ด้านความรู้
3. ด้านทักษะทางปัญญา
4. ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
5. ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

หมวดที่ 5 หลักเกณฑ์ในการประเมินผลนักศึกษา

1. กฏระเบียบหรือหลักเกณฑ์ในการให้ระดับคะแนน (เกรด)
เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2552 (ภาคผนวก ก)
2. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา
อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาโดย
2.1 ประเมินรายละเอียดของรายวิชาว่าผลการเรียนรู้ที่กำหนดสอดคล้องกับมาตรฐานผลการเรียนรู้ในหลักสูตร
2.2 ประเมินข้อสอบและผลงานของรายวิชาว่าครอบคลุมผลการเรียนรู้ตามที่กำหนดในรายละเอียดของรายวิชา
2.3 การเปรียบเทียบวิเคราะห์คะแนนระหว่างอาจารย์ผู้สอนในรายวิชาเดียวกัน
3. เกณฑ์การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2552 (ภาคผนวก ก)

หมวดที่ 6 การพัฒนาคณาจารย์

1. การเตรียมการสำหรับอาจารย์ใหม่
1.1 การปฐมนิเทศอาจารย์ใหม่ เรื่องบทบาท ความรับผิดชอบต่อผลการเรียนรู้ของนักศึกษาในรายวิชา
1.2 ชี้แจงปรัชญา วัตถุประสงค์และเป้าหมายของหลักสูตร มอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น รายละเอียดหลักสูตร คู่มือการศึกษา และหลักสูตรคู่มืออาจารย์ กฎระเบียบต่าง ๆ
1.3 แนะนำเทคนิควิธีการสอน การใช้สื่อ การวัดประเมินผล การวิเคราะห์ผู้เรียน การวิจัยเพื่อพัฒนาการสอน การจัดทำรายละเอียดรายวิชาและแผนการสอน
1.4 กำหนดอาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อช่วยเหลือและให้คำแนะนำปรึกษา
2. การพัฒนาความรู้และทักษะให้แก่อาจารย์
2.1 จัดอบรมพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผล
2.2 การศึกษาดูงาน การเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา เพื่อพัฒนาวิชาชีพ การเข้าร่วมเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพ
2.3 การจัดทำเว็บไซต์ เอกสารเผยแพร่ การพัฒนาความรู้
2.4 การพัฒนาวิชาการและวิชาชีพด้านอื่น ๆ เช่น การวิจัย การทำผลงานทางวิชาการ การนำเสนอผลงานทางวิชาการ การศึกษาต่อ การอบรมระยะสั้น

หมวดที่ 7 การประกันคุณภาพหลักสูตร

1. การบริหารหลักสูตร
1.1 มีระบบและกลไกในการบริหารหลักสูตร ได้แก่ มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
1.2 มีการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดการเรียนการสอนในแต่ละภาคการศึกษา
1.3 มีการมอบหมายหน้าที่ในการจัดทำรายละเอียดวิชา การรายงานผลรายวิชา และหลักสูตร การพัฒนาและประเมินหลักสูตร ตามกำหนดเวลา
2. การบริหารทรัพยากรการเรียนการสอน
2.1 การบริหารงบประมาณ
บัณฑิตวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยจัดสรรงบประมาณประจำปี ทั้งงบประมาณแผ่นดินและเงินรายได้เพื่อจัดซื้อสื่อการเรียน
การสอน ตำรา วัสดุ ครุภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักศึกษา
2.2 ทรัพยากรการเรียนการสอนที่มีอยู่เดิมและ
2.3 การจัดหาทรัพยากรการเรียนการสอนเพิ่มเติม
แหล่งสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต
นักศึกษาสามารถสืบค้นจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐประศาสนศาสตร์
2.4 การประเมินความเพียงพอของทรัพยากร
บัณฑิตวิทยาลัยและสาขาวิชา สำรวจและประเมินความเพียงพอของห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ วัสดุ ครุภัณฑ์ เอกสารตำราเรียน และสื่ออื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
3. การบริหารคณาจารย์
3.1 การรับอาจารย์ใหม่
3.1.1 กำหนดคุณสมบัติอาจารย์ใหม่ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย โดยอาจารย์ใหม่จะต้องมีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
3.1.2 ประกาศและคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติตามต้องการ
3.1.3 ทดสอบความสามารถในการสอนและการใช้สื่อการศึกษา
3.1.4 เสนอแต่งตั้งและประเมินการปฏิบัติงานตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
3.2 การมีส่วนร่วมของคณาจารย์ในการวางแผนการติดตามและทบทวนหลักสูตร
การมีส่วนร่วมของคณาจารย์ในการวางแผนการติดตามและทบทวนหลักสูตร มีการประชุมของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและคณาจารย์ผู้สอนเป็นครั้งคราว เพื่อติดตามการใช้หลักสูตรและข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการปรับปรุงหลักสูตรในระดับรายวิชาและระดับการปรับปรุงหลักสูตร
3.3 การแต่งตั้งคณาจารย์พิเศษ
3.3.1 จัดจ้างอาจารย์พิเศษตามรายวิชาและความเชี่ยวชาญพิเศษ
3.3.2 พิจารณาผ่านการกลั่นกรอง จากคณะกรรมการประจำหลักสูตร
3.3.3 จัดทำแผนการสอนล่วงหน้า และเปิดรับคัดเลือกอาจารย์พิเศษก่อนเปิดภาคการศึกษา
3.3.4 ประเมินผลการสอนของอาจารย์พิเศษทุกภาคการศึกษา
4. การบริหารบุคลากร สายสนับสนุนการเรียนการสอน
4.1 การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
บุคลากรสายสนับสนุนควรมีคุณวุฒิระดับปริญญาตรีขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกับภาระหน้าที่ในตำแหน่งงานที่รับผิดชอบ
4.2 การเพิ่มทักษะความรู้เพื่อการปฏิบัติงาน
บุคลากรต้องเข้าใจโครงสร้างและธรรมชาติของหลักสูตร และจะต้องสามารถบริการให้อาจารย์สามารถใช้สื่อการสอนได้อย่างสะดวก ซึ่งจำเป็นต้องให้มีการอบรม การศึกษาดูงาน
5. การสนับสนุนและการให้คำแนะนำนักศึกษา
5.1 การให้คำปรึกษาด้านวิชาการและอื่น ๆ แก่นักศึกษา
จัดอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปประจำชั้นปี สำหรับนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในแต่ละปีการศึกษา และจัดอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระเมื่อนักศึกษามีหัวข้อวิจัยแล้วตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้นักศึกษามีแนวทางที่ถูกต้องในการนำไปสู่การพัฒนาหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ การดำเนินการวิจัย ตลอดจนการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อการทำวิจัยให้กับนักศึกษา นำไปสู่การรักและการเชิดชูมหาวิทยาลัย และเป็นผลให้มีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล
5.2 การอุทธรณ์ของนักศึกษา
กรณีที่นักศึกษามีความสงสัยเกี่ยวกับผลการประเมินในรายวิชาใด สามารถที่จะยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบในการสอบ ตลอดจนดูคะแนนและวิธีการประเมินของอาจารย์ในแต่ละ
รายวิชาได้
6. ความต้องการของตลาดแรงงานและ/หรือความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต
6.1 ความต้องการของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
จากอัตราการเพิ่มของประชากร และการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่ตลอดเวลา จากการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร พบว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่นส่งผลให้เกิดหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้หน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนมีความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการองค์กร บุคลากร และงบประมาณ ดังนั้นหลักสูตรสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์จึงเป็นเป้าหมายของการศึกษาต่อของบุคคลทั่วไปที่มุ่งหมายจะพัฒนาสมรรถนะในด้านการบริหารจัดการ อันจะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความก้าวหน้าให้แก่ตนเอง หน่วยงาน และสังคม
6.2 ความพึงพอใจของผู้ใช้มหาบัณฑิต
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรจะดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตทุกปี เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมอ
7. ตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators)
เกณฑ์การประเมินมีดังนี้
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ได้มาตรฐานคุณวุฒิฯ ต้องผ่านเกณฑ์ประเมินดังนี้ ตัวบ่งชี้บังคับ (ตัวที่ 1-5) มีผลดำเนินการบรรลุตามเป้าหมาย และจำนวนตัวบ่งชี้ที่มีผลดำเนินการบรรลุเป้าหมายไม่น้อยกว่า 80% ของตัวบ่งชี้รวม โดยพิจารณาจากจำนวนตัวบ่งชี้บังคับและตัวบ่งชี้รวมในแต่ละปี

หมวดที่ 8 การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของหลักสูตร

1. การประเมินประสิทธิผลของการสอน
1.1 การประเมินกลยุทธ์การสอน
จัดให้มีการประเมินรายวิชา ประเมินจากการทดสอบย่อย การสังเกตพฤติกรรมของนักศึกษา การอภิปรายโต้ตอบจากนักศึกษา หากไม่สามารถทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนต่อไป
การทดสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียน จะสามารถชี้ได้ว่า ผู้เรียนมีความเข้าใจหรือไม่หากพบว่ามีปัญหาก็จะต้องมีการดำเนินการ วิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในโอกาสต่อไป
1.2 การประเมินทักษะของอาจารย์ในการใช้แผนกลยุทธ์การสอน
การประเมินของนักศึกษาในแต่ละภาคการศึกษา การสังเกตการณ์ของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรหรือหัวหน้าสาขาวิชา การทดสอบผลการเรียนรู้ของนักศึกษาในหลักสูตรโดยเทียบเคียงกับนักศึกษาของสถาบันอื่นในหลักสูตรเดียวกัน
2. การประเมินหลักสูตรในภาพรวม
2.1 ประเมินจากแบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาปัจจุบันและผู้สำเร็จการศึกษาต่อความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตร
2.2 การได้งานทำของบัณฑิตตรงตามสาขาหรือในสาขาที่เกี่ยวข้องและระยะเวลาในการได้งาน โดยประเมินจากผู้ที่สำเร็จการศึกษาแต่ละรุ่น
2.3 ผลการประเมินความพึงพอใจและข้อคิดเห็นของนายจ้างจากภาครัฐและเอกชน
2.4 ตำแหน่งงานและความก้าวหน้าในการประกอบวิชาชีพ
2.5 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญที่เชิญเป็นอาจารย์พิเศษ หน่วยงานภายนอกที่ร่วมวิจัย และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก
2.6 ผลงาน เช่น จำนวนผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์
3. การประเมินผลการดำเนินงานตามรายละเอียดหลักสูตร
การประเมินคุณภาพการศึกษาประจำปีตามดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุในหมวดที่ 7
ข้อ 7 โดยคณะกรรมการประเมินอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาอย่างน้อย 1 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้กำหนดให้ทุกหลักสูตรมีการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย แสดงการปรับปรุงดัชนีด้านมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาเป็นระยะ ๆ อย่างน้อยทุก ๆ 3 ปี และมีการประเมินเพื่อพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องทุก 5 ปี
4. การทบทวนผลการประเมินและวางแผนปรับปรุงหลักสูตรและแผนกลยุทธ์การสอน
จากการรวบรวมข้อมูลจะทำให้ทราบปัญหาของการบริหารหลักสูตรทั้งในภาพรวมและในแต่ละรายวิชา กรณีที่พบปัญหาของรายวิชาก็สามารถที่จะดำเนินการปรับปรุงรายวิชานั้น ๆ ได้ทันที ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงย่อย ในการปรับปรุงย่อยนั้นควรทำได้ตลอดเวลาที่พบปัญหา สำหรับการปรับปรุงหลักสูตรทั้งฉบับนั้นจะกระทำทุก 5 ปี ทั้งนี้เพื่อให้หลักสูตรมีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต

Empty section. Edit page to add content here.
Empty section. Edit page to add content here.
Empty section. Edit page to add content here.
 

Copyright 2017 Umi Glass Teapots.